2005/Sep/27

สาระเพื่อสุขภาพ โดย ZyxzenzeXy

เมื่อวันเสาร์ไปโรงพยาบาลมาฮะ คุยกะหมอเรื่องเกาต์เนี่ยแหละ หมอเค้าก็ให้ข้อสังเกตว่า ในรายคนอายุน้อยที่กรดยูริคสูง (เกิน 6-7 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป : ของผม 11.2) มีโอกาสเกิดขึ้นจากพันธุกรรมนะ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเกาต์ ถ้าอยากตรวจ เค้าต้องการผลให้ยูริคมันทะลุ 12 ขึ้นไป แล้วเจาะน้ำไขข้อไปหาผลึกคริสตัล ซึ่งมันคือผลึกของยูริค ในรูป Monosodium urate monohydrate ซึ่งจะมีผลในการกระตุ้นเอนไซม์ผลิตกรดยูริคในตัวอีกต่างหาก

Gout Crystalผลึกคริสตัลเกาต์ในน้ำไขข้อ >>

โดยปกติ คนที่ไม่มีปัญหาด้านเมทาบอลิซึม คือมีอัตราการเผาผลาญกับย่อยสลาย+ขับถ่ายสารเหล่านี้เป็นปกติ กรดยูริคจะถูกเปลี่ยนแปลงรูปไปเป็นยูเรีย และขับออกมาเมื่อปัสสาวะตามปกติ แต่ในคนที่เป็นเกาต์ ยูริคจะไม่ถูกขับออกไป ส่งผลให้เกิดการสะสมภายในไขข้อ

ผลที่ตามมาทำให้เกิดอาการอักเสบและปวดบวม ในรายที่เป็นหนักๆ จะสะสมจนไขข้อโปนขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ตามปกติแล้ว ยังทำให้ปวดทรมาน ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตพอสมควร

ส่วนตัวที่ผมเป็นก็คือ ข้อเท้าขวามันบวมเมื่อปีที่แล้ว กินยาไปได้สามเดือนมันก็หยุดหายไปเกือบปี กลับมาอยู่ดีๆ เช้าวันศุกร์ที่แล้วโน้น มันปวดบวมเหมือนเดิม เดินไม่ได้ ยังดีที่เอะใจลากสังขารตัวเองไปหาหมอก่อน ก็เลยกินยาเบรกไว้ทัน หายทันสอบกับฝึกงานพอดี ไม่งั้นก็คงต้องคลานไปจับปลาเป็นแน่แท้

ภาวะเกาต์หรือไขข้ออักเสบสามารถกินยาลดอาการบวมพร้อมกับยาลดภาวะไฮเปอร์ยูริคได้ จะช่วยบรรเทาอาการปวดและบวม แต่ไม่ทำให้หายไปอย่างถาวร

ส่วนมากเกาต์เกิดจากอาหารที่รับประทาน พวกที่มีปัจจัยเสี่ยงก็คือ สัตว์ปีก (โดยเฉพาะเป็ด) เมล็ดพืช ยอดอ่อน (เช่น กระถิน ชะอม) เครื่องในสัตว์ แอลกอฮอล์ และยาบางชนิด บางคนที่มีปฏิกิริยารุนแรง ระดับกรดยูริคสามารถเพิ่มได้อย่างรวดเร็วในหนึ่งคืน แต่โดยส่วนมากจะเกิดจากการสะสมเป็นระยะเวลานาน หรืออาจเกิดจากกรรมพันธุ์ก็ได้ โดยเฉลี่ยผู้ที่เป็นโรคนี้ไม่นับปัจจัยกรรมพันธุ์ เพศชายจะเป็นเมื่ออายุ 40+ และเพศหญิง 50+ (เน้นว่า วัยหมดประจำเดือนก็มีส่วน)

Effect
<< ข้อกระดูกที่โปนเนื่องจากเกาต์

ปัจจุบันยาที่ใช้ในการรักษาภาวะไฮเปอร์ยูริค มีดังนี้

- Allopurinol (ชื่อทางการค้าในไทย Uricad) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ระงับการทำงานของเอนไซม์ภายในร่างกายที่มีผลในการสร้างกรดยูริค

- Colchicine (ชื่อทางการค้าในไทย Colcine) ลดอาการอักเสบและปวดบวมตามข้อ มีข้อบ่งชี้ในการใช้เฉพาะโรคทางกระดูก หรือภายใต้คำวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น



แต่ที่จะพูดถึงเป็นพิเศษก็คือตัว Allopurinol หรือ Uricad เนี่ยแหละครับ

URICAD
ตัว Allopurinol สูตรทางเคมี 1,5-dihydro-4H-pyrazolo [3,4-d]pyrimidin-4-oneเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Xanthine Oxidase ที่ผลิตกรดยูริคภายในร่างกาย ในไทยมีชื่อทางการค้าว่า Uricad มีขนาด 100 และ 300mg

ข้อบ่งชี้ในการใช้ : เริ่มให้ที่วันละ 100mg และสูงสุดไม่เกิน 800mg เพื่อลดระดับกรดยูริค และหลังจากนั้น กินควบคุมระดับกรดยูริคต่อเนื่องในอัตรา 100mg ต่อวัน

เรื่องของเรื่องก็คือ ยาตัวนี้เป็นยาอันตราย (จะเขียนเฉพาะกล่องขนาดใหญ่เท่านั้น - -*) เนื่องจากภาวะการแพ้ยาตัวนี้รุนแรงมาก เริ่มตั้งแต่ ปวดท้อง มีไข้ ร้อนใน ปัสสาวะเป็นเลือด อาหารไม่ย่อย ระคายเคืองตา จนถึงผิวหนังลอก (ทั้งตัว : จริงๆ มีรูปนะ แต่ไม่กล้าให้ดู น่ากลัว) ในไทยเคยมีเคสผู้ที่เสียชีวิตจากภาวะแพ้ยาตัวนี้แล้วสิบกว่าคน

การกินอย่างถูกต้อง ถึงจะเขียนว่าดื่มน้ำตามมากๆ แต่ที่จริงแล้ว ต้องบอกว่า กรอกน้ำขวดลิตรหรือมากกว่าตามหลังกินยาทันที คาดว่าตัวยาเองมีฤทธิ์ในการทำงานกับเอนไซม์และในการเมทาบอลิซึมรุนแรงมาก สี่วันแรกที่ผมกินยาเนี่ย ปากพอง ร้อนใน แล้วก็ไข้ขึ้นตลอด เชื่อมั้ยว่าทรมานมาก ส่วนเอฟเฟ็กต์ที่โดนนี่ โชคดีที่เป็นแค่ปวดท้องเฉยๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น

คุณหมอที่ผมไปตรวจเนี่ย ถือว่าผมโชคดีมาก เพราะว่าเค้าเคยทำเคสนี้กับตัวเอง เค้าบอกเลยว่า ยาตัวนี้เป็นยาอันตรายมากๆ การหยุดยาอย่างทันที หรือไม่ได้รับตัวยาอย่างต่อเนื่อง หรือมีการกินยาชดเชย (ประเภทลืมกินยาแล้วเบิ้ลทดแทนน่ะ) อาจมีผลข้างเคียงอย่างรุนแรง ถ้ากลับมาใช้มีโอกาสเกิดการแพ้ยา และไม่สามารถหยุดภาวะแพ้ยาได้ด้วยสเตียรอยด์แบบยาตัวอื่น ดังนั้น การกินต้องกินต่อเนื่องเป็นปี และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติหลังจากใช้ยา

น่ากลัวดีมั้ยครับ? เห็นเป็นยาเม็ดเล็กๆ อันตรายถึงชีวิตเลยนะ... ผมเองก็ฟังเสร็จอึ้งไปพัก แบบว่า... (เข้าตัวไง คือผมหยุดยาไปเองตั้งครึ่งปี ดีที่กลับมากินแล้วไม่เป็นอะไร) ยังไงตอนนี้ก็ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดซะแล้ว

เฮือก.... จบการรายงานสาระเพื่อสุขภาพแต่เพียงเท่านี้ครับ ไปอ่านหนังสือสอบต่อละทุกท่าน

Comment

Comment:

Tweet


#8 by aerteat (202.151.6.35) At 2009-03-26 14:51,
#7 by (125.24.90.37) At 2006-02-24 10:29,
โพดจังอย่าเพิ่งเปงอารายปายน้า....นู๋กัว(ผี) ><
ดีแล้วที่โพดมะเปงอารายมาก (เพราะถึกน่ะเอง 55555555...อุ๊บส์)
ล้อเล่งนะเมี้ยว อิอิ
#6 by yanisa (168.120.85.70) At 2005-09-30 23:47,
จ้อนเอ๊ย... ปีที่แล้วกับปีนี้ก็คนละเรื่องกันแล้วล่ะ อย่าเอามาเทียบกันได้มะ?
#5 by zyxzenze At 2005-09-30 02:14,
สำหรับแกน่ะ ไม่ใช่กรรมพันธุ์หรอก
กินไก่ กับน้ำอัดลมซะขนาดนั้น..
#4 by ABZee At 2005-09-29 18:29,
ฟังแล้วจากที่เคยคิดว่าไม่น่ากลัวนี่กลายเป็นหวาดกลัวเลยฮะ
จริง ๆ ถ้ายาอันตรายอย่างนี้น่าจะให้เภสัชกรผู้ชำนาญเป็นคนจ่ายยานะฮะ เพราะถ้าให้ซื้อขายกันทั่วไป ผมว่าอันตรายมาก ๆ เลยแหละฮะ
#3 by リリース At 2005-09-27 23:04,
ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
#2 by โก๋สิจ๊ะ At 2005-09-27 20:39,
เหอๆ เคยฟังเรื่องกรดยูริคมาเหมือนกัน มีอยู่มากใน แตงกวา
ปลาหมึก ถั่ว และ จำไม่ได้แล้ว พวกกรดอยู่ริคมันจะไม่ละลายน้ำ เลยมักจะตกตะกอน แต่อย่างที่บอกถ้าร่างกายปรกติมันจะขับออกมาในรูปยูเรีย แต่ถ้าไม่ ตะกอนที่ตกค้างอยู่ มันก็เป็นผลึกอ่ะ คนแก่ๆ ต้องกินของที่มียูลิคต่ำๆ ไม่มีเลยยิ่งดี

พ่อผมก็ต้องคอยคุมอาหารต่างๆ เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต.......ช่วยบ่น
#1 by yium At 2005-09-27 20:28,