2005/Oct/05

นานๆ ทีจะอยากเขียนเรื่องหนักๆ สงสัยผมกลัวบลอคโดนปิด ฮ่าๆ

ช่วงนี้เรื่องหนึ่งที่ถือว่าเป็นข่าววิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร ก็คือกรณีคดีความระหว่าง
นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อมวลชนเครือผู้จัดการ และนายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวก็คือ เมื่อมีเรื่องยกเลิกผังรายการเมืองไทยรายสัปดาห์นั่นแหละ
เมื่อนายสนธิถือว่า สื่อของตนเองถูกปิดกั้นแล้ว และประจวบกับมีเหตุผลอื่นช่วยส่งเสริม
ก็เลยทำเป็นจริงจังกับเรื่องนี้ และทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการมีเว็บไซต์ในการแสดงข่าวสาร มีจุดเด่นสองเรื่อง คือ อัพเดตรวดเร็ว
และมีส่วนโพสต์แสดงความคิดเห็น ทำให้มีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

ในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ใครยังจำได้บ้างว่า นายสนธิ
และทีมงานผู้จัดการ ได้วิจารณ์และติชม (หนักไปทางชม) เกี่ยวกับการทำงานและนโยบาย
ไว้เป็นอย่างดี ผู้ที่เข้ามาอ่านก็เหมือนได้รับการสร้างความเชื่อมั่นไปพลางๆ

ต่อมาเมื่อมีรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ นายสนธิ และนางสาวสโรชา พรอุดมสุข - ที่ดูไม่ค่อย
มีหน้าที่เท่าไหร่ ประมาณเป็นคนเชื่อมโยงคำถามให้นายสนธิพล่ามมากกว่า - ก็มีการวิจารณ์
สถานการณ์ต่างๆ อย่างเข้มข้น เป็นที่ถูกใจแม่ยกจำนวนมาก เนื้อหาข่าวถ้าฟังดีๆ จะออกแนว
ชี้นำให้เชื่อว่าแนวคิดของนายสนธิ เป็นแนวคิดที่ผ่านการกลั่นกรองเป็นอย่างดี เหมาะสมที่
จะเชื่อถือปฏิบัติตาม ทั้งๆ ที่จริงเป็นการอุปโลกน์และสมมติขึ้นมาเองว่าตนเองคิดถูก

รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ดำเนินมาด้วยดี (มั้ง) เป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งถึงสมัย
รัฐบาลทักษิณ 2 เริ่มมีข่าวฉาว ทั้งทุจริตคอรัปชั่น ก่อการร้าย ภัยพิบัติ และอื่นๆ มากมาย
ที่ล้วนแล้วเป็น "ความเสื่อมแบบตอผุด" ของรัฐบาลทั้งนั้น แนวโน้มของการออกความคิดเห็น
ของนายสนธิก็เปลี่ยนไป เริ่มไปในทำนองก้าวร้าว สะใจ ผู้ที่ฟังนอกจากจะเคลิ้มตามและ
เผลอเห็นด้วยแล้ว เชื่อว่ามีหลายคนที่สงสัยว่า ตอนแรกก็เข้าข้างกันอยู่ดีๆ แล้วทำไม
"เปี๊ยนไป๋" ได้ถึงขนาดนี้

จนกระทั่งจุดแตกหักก็มาถึง เมื่อมีความฉาวโฉ่เรื่องการแต่งตั้งผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงิน
แผ่นดิน หรือ สตง. ที่คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ถูกวุฒิสภาลงมติว่า "ได้ตำแหน่งจากการ
สรรหาโดยมิชอบ" มีนายสุชน ชาลีเครือ เป็นแกนนำ (!?) และเรื่องราวก็วุ่นวายไม่จบ
จนกระทั่งเมื่อการเสนอชื่อผู้ว่าการคนใหม่ไม่ผ่านการลงพระปรมาภิไธย

นายสนธิใช้โอกาสนี้ในการอ้างถึงพระราชอำนาจบ่อยครั้ง โดยมีเนื้อหาที่ฟังแล้วเหมือน
เทปยืดว่า "ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท" มีการอ้างถึงคำกล่าว "พ่อของแผ่นดิน" ซึ่ง
โดยใจจริงจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ถือเป็นการทำลายเสถียรภาพการบริหาร
ราชการแผ่นดิน รวมทั้งนายสนธิเองคงจะลืมคิดไปว่า ที่ตนเองทำนั้น "เอ่ยนามเบื้องสูง"
อยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่หรอก แค่คิดว่าที่ตัวเองทำมันถูก

นายสนธิอาศัยจุดอ่อนของคนไทยในการชี้นำ โดยอาศัยพระมหากษัตริย์เป็นข้ออ้าง
(ผมไม่รู้จะเขียนโดยใช้คำไหนแทนจริงๆ) อาศัยเรื่องนี้ หลายๆ คนที่หูเบา ไม่ทันคิดอะไร
ก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย และพาลมอง "ศัตรูของสนธิ" เป็น "ศัตรูมหาชน" ทั้งที่จริงแล้ว
เรื่องราวทั้งหมด สามารถนำเสนอได้ในสภาพการรายงานข่าวของสื่อมวลชนปกติ

ผลประโยชน์หรืออะไรสักอย่างที่สูญเสียไป ปลุกวิญญาณ "หมาบ้า" ในตัวของนายสนธิ
ขึ้นมา "ฟัด" กับนายทักษิณโดยตรง รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สองครั้งล่าสุด ก็ไม่มี
ประเด็นสำคัญอะไรนอกเสียไปจากว่า "กัด" โจมตีรัฐบาลอย่างรุนแรง และถ้าสังเกต
ให้ดี ก็คือ แอบแทรกความคิดเห็นและการชี้นำของตัวเองลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ

ผมไม่ได้พูดว่านายทักษิณและรัฐบาลของเขาทำถูกต้องอยู่ตลอดเวลา ผมไม่ได้พูดว่า
ที่มีกลโกงทุจริตคอร์รัปชั่นหรืออื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นนั้นมันเชื่อไม่ได้ แต่ทั้งหมดนี้
คือสื่อมวลชนเอง มีหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเท็จจริงแก่ประชาชนอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่า
เราไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่ใช่ว่าเราต้องเชื่อสื่อที่รัฐบาลครอบงำ (เช่น อสมท. และไอทีวี)
แต่ว่า ระดับของการทำงานแต่ละคน "หน้าที่" ก็เหมือนกำหนดไว้แล้ว การทำงาน
แบบ "อาจเอื้อม" เพื่อหวังผลสะใจในกรณีของนายสนธิ มันขัดความรู้สึกของผม

และที่นายสนธิทำ สื่อมวลชนเครือผู้จัดการเองนั้น ก็ไม่ได้ทำเนื้อหาหรือแถลงข้อเท็จจริง
เป็นการเปิดหูเปิดตาประชาชนแต่อย่างใด นอกจากหาเรื่องโจมตีคนที่ไม่ถูกกับนายสนธิ
เท่านั้น นี่หรือคือสื่อที่เป็นกลาง นี่หรือคือคนที่ควรยกย่องในความคิดเห็น

แม้แต่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการเองก็มีข่าวสารหรือเรื่องราวที่ไร้สาระ หรือเป็นจุดชี้นำ
ความคิดเห็นผิดๆ ต่อประชาชนมามากมาย ถึงมันจะมีมูลความจริง แต่จรรยาบรรณ
ของสื่อที่นายสนธิอ้างว่า "นำเสนอความจริง" มันก็ขัดกันเห็นๆ

ผมไม่ได้อคตินายสนธิที่บุคลิก นายสนธิก้าวร้าวใช่ นายทักษิณก็ก้าวร้าวเหมือนกัน
แต่ที่นายสนธิกำลังทำ ผมไม่ได้พูดว่า เอาน้ำน้อยไปดับไฟ แต่มันชวนให้คิดว่า
ไม่มีทางหรอกที่นายสนธิจะลุกขึ้นมาท้าชนโดยไม่มีแรงจูงใจ ผมไม่เชื่อหรอกว่า
นายสนธิจะชนเพื่อประโยชน์มหาชน ลงว่าใครถูกเหยียบหางหรือเสียผลประโยชน์
ไปแล้ว มันก็ต้องมีการแก้แค้นหรือเอาคืน เพียงแต่ว่าใครจะระงับได้แค่ไหน

ถ้านายสนธินำเสนอความเป็นจริงในข่าวสาร ข้อเท็จจริงที่กล่าวมานั้นก็ใช่ว่าจะ
เชื่อถือไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องตีสีใส่ไข่ลงไปในเนื้อหาเพื่ออรรถรสในการรับชม
หรือเพื่อความสะใจของผู้ชมบางกลุ่มที่หัวอคติรุนแรงหรอก แค่นำกระทู้ที่สังคม
สนใจมาเปิดประเด็นอภิปรายเป็นฉากๆ แค่นี้นายทักษิณก็ร้อนๆ หนาวๆ แล้ว
ไม่เห็นจะต้องอ้างชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อทำให้มันดูมีน้ำหนักเลย

ที่เคย "เลีย" ไว้ช่วงแรกๆ มันหายไปไหนหมดล่ะ?

อ้อ... ผมยังไม่ได้พูดนะว่าผมเห็นด้วยกับการทำงานของรัฐบาลทักษิณ เพียงแต่ว่า
ถ้ามองให้ชัดเจนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่ยอม นายสนธิและนายทักษิณในขณะนี้
กำลัง "ฟัด" กันเพื่อเรียกเครดิตกลับคืนมาจากมหาชน กว่าจะจบก็คงเลือดสาด
ไม่ใช่น้อยแน่ๆ คงจะเจ็บหนักทั้งสองฝ่าย แล้วมันได้ประโยชน์อะไรแก่บ้านเมือง
มั้ย นอกจากจะเส้นเลือดในสมองแตกตายไปทั้งคู่?

Comment

Comment:

Tweet